วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

คราเคน ปลาหมึกยักษ์



คราเคน (Kraken) เป็นสัตว์ยักษ์ในตำนานที่ชาวทะเลเหนือหวาดกลัว มักเล่าว่าคล้ายหมึกกระดองขนาดยักษ์ โผล่ขึ้นจากน้ำพรวดเดียวก็สูงกว่าเสากระโดงเรือ ชอบโจมตีเรือเดินสมุทรอย่างกระทันหัน โอบหนวดของมันรัดลำเรือเอาไว้ หนวดที่เหลือมันจะรัดลูกเรือจนกระดูกแหลกเหลว บ้างก็รัดเข้ามาป้อนเข้าปากอันน่ากลัว

คราเคนถูกเล่าขานมานานเท่าใดไม่ปรากฏ แต่บันทึกที่เป็นหลักฐานครั้งแรก มาจากนอร์เวย์ เป็นเรื่องราวที่อ้างถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเท่าเกาะ ในหนังสือชื่อ "The Natural History of Norway" ที่เขียนโดยบิชอปแห่งเบอร์เก้น Erik Ludvigsen Pontoppidan ท่านได้บรรยายเกี่ยวกับคราเคนเอาไว้ว่า มันเปรียบเสมือนเกาะลอยน้ำขนาดย่อม ลำตัวยาวถึงครึ่งไมล์ 



สมัย โบราณคราเคนเป็นสิ่งที่ชาวเรือต้องระมัดระวังมากที่สุด กลาสีที่อยู่ด้านบนต้องคอยมองหาร่องรอยฟองน้ำขนาด ใหญ่ผุดฟ่องขึ้นเพราะนั่น คือเครื่องหมายการ ปรากฏตัว ถ้าหากหนีไม่ทันมันจะโผล่หนวดขึ้นข้างเรือ จับยึดเสากระโดงรวมทั้งส่วนต่างๆจนเรือนิ่งสนิทอยู่ในอุ้งมือ หนวดที่เหลือมันจะรัดลูกเรือจนกระดูกแหลกเหลวแล้วค่อยๆคว้าเอาหย่อนเข้าปาก ทีละคน จนหมด...

เรื่องราวในช่วงถัดมาเกี่ยวกับคราเคนก็ค่อยๆ ลดขนาดของมันลงเรื่อยๆ ไม่มหึมาโอฬาร แต่ก็ยังมีขนาดยักษ์



นักชีววิทยาเชื่อว่า ที่แท้เป็นหมึกมหึมาชนิดหนึ่ง อยู่ในทะเลลึก และเมื่อตายจะเป็นซากลอยเกยหาด จนชาวประมงพบเห็นและจินตนาการเพิ่มเติมเกินจริง หมึกมหึมามีขนาดใหญ่จริง แต่ไม่เท่าเรื่องเล่าในตำนาน มีซากตัวอย่างที่ยาวเท่าเรือเร็ว และมีหลักฐานจากซาก วาฬสเปิร์ม ว่าวาฬพยายามกินหมึกชนิดนี้ และต่อสู้กัน



ใน พ.ศ. 1930 มีรายงานการโจมตีเรือของหมึกดังกล่าว นักชีววิทยาและผู้ชำนาญการคาดว่า หมึกมหึมา (Giant Squid) โจมตีเพราะเรือมีลักษณะคล้ายปลาวาฬศัตรูของหมึกจนเข้าใจผิด และจากรายงานของผู้ประสบเหตุอ้างว่า หมึกดังกล่าวมี ขนาดมหึมา โดยเฉลี่ยประมาณ 100 ฟุต น้ำหนักประมาณ 2-3 ตัน ส่วน มากเกิดกับเรือเดินทะเลที่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเท่านั้น 

แถมมมมมมมมม





รวมภาพน้องหมา ตัวใหญ่เบอเริ่มเทิ้มเลย

























พิธีบูชายัญอินเดีย สังเวยลูกชาย !!






เรื่องที่อ่านต่อไปนี้ เป็นการสะท้อนความเชื่อ ประเพณีแบบผิด ๆ ขาดศีลธรรม และชักจูงสังคมส่วนใหญ่ให้เห็นว่าความโหดม อำมหิตผิดมนุษย์ เป็นเรื่องที่ชนเผ่าชาว " เคอร์มัน " ในประเทศอินเดีย หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ห่างจากกัลตาตาไปทางทิศเหนือ 220 กิโลเมตร ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างชายแดนประเทศอินเดียกับบังกลาเทศ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในป่าทึบห่างไกลความเจริญ ชาวเคอร์ปันดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวและพืชผัก ส่วนผู้ชายจะออกล่าสัตว์มาเป็นอาหารเนื้อ

ประเพณีความเชื่อที่โหดร้ายแห่งนี้จะกระทำกัน 1 ครั้งต่อปี และจัดเป็นประจำทุกปี โดยพิธีบูชายัญนี้มีชื่อเรียกว่า "พิธีกาจัน" อันเป็นประเพณีที่ชนเผ่านี้จัดขึ้นเพื่อบูชาต่อพระศิวะผู้เป็นใหญ่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการขอพรต่อองค์พระศิวะเทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ของเขา ให้มาประสาทพรอำนวย ให้พวกเขาได้รับความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องอาหาร การกิน ปลอดภัยจากศัตรูและสัตว์ร้าย รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บด้วย 
โดยสิ่งที่จะนำมาเป็นเครื่องสักการะบูชายัญต่อองค์เทพผู้ยิ่งใหญ่ของเขา เพื่อให้เทพพอพระทัยก็คือ ศีรษะบุตรชายคนแรกของครอบครัว

ดังนั้นชนเผ่าแห่งนี้จะเข้มงวดให้เรื่องของการแจ้งจำนวนสมาชิกของครอบครัว เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีภรรยาตั้งท้องเป็นบุตรคนแรก จะต้องแจ้งให้ทางหัวหน้าเผ่าทราบ เพราะจะได้นำมาเป็นเครื่องบูชายัญในพิธีกรรมดังกล่าว ซึ่งหากในปีไหนมีเด็กชายคนแรกของครอบครัวเกิดเยอะ พวกเขาก็ยินดีปรีดาเป็นอย่างมากที่จะได้ทำการบูชายัญให้เป็นที่พอใจต่อองค์ พระศิวะ เนื่องจากมีจำนวนศีรษะของเด็กชายมาประกอบพิธีหลายหัวนั่นเอง



พิธีบูชายัญอุบาทว์นี้จะกำหนดขึ้นในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ของเดือนหนึ่งในปีนั้น ชนเผ่านี้เรียกคืนนี้ว่า ศิวาราตรี ทุกคนในหมู่บ้านจะออกมาชุมนุมกันโดยมีหัวหน้าเผ่าเป็นประธาน จากนั้นจะมีการร้องรำทำเพลงเพื่อสรรเสริญต่อเทพศิวะ จบแล้ว หัวหน้าเผ่าจะสั่งให้คนที่เป็นพ่อ นำบุตรชายคนแรกของครอบครัว มาที่แท่นบูชาต่อเบื้องหน้ารูปสลักศิวเทพ จากนั้นผู้เป็นพ่อจะใช้มีดปลายงอคล้ายมีดกูรข่าซึ่งคมกริบ ฟันคอลูกชายของตนเองจนขาดออกจากกัน แล้วจึงนำหัวของบุตรชายไปใส่สาแหรกที่เตรียมไว้ เพื่อนำไปร่วมในพิธีเต้นรำต่อไป และเมื่อหลังเสร็จพิธรแล้วผู้เป็นพ่อต้องนำศีรษะของลูกชายไปแขวนไว้ในบ้าน ของตน จนกว่าศีรษะนั้นจะผุสลายไปเอง ถ้ายังไม่ผุสลายก็ให้นำมาร่วมในพิธีบูชายัญของปีต่อ ๆ ไป

ประเพณีความเชื่อของชนเผ่านี้ ไม่มีใครรูว่าเกิดมาจากอะไร ทำไมชนเผ่านี้ถึงต้องหลงเชื่อในสิ่งที่ผิดและโหดมอย่างนี้ แต่ทุกวันนี้ชาวเผ่าเคอร์ยันยังคงประกอบพิธีการบูชายัญศีรษะบุตรชายคนแรกของ ครอบครัวอยู่ทุกปี..!

เครดิต DEK-D

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2554

เกาะสุดประหลาดของโลก

เกาะหมุนได้


เล่ากันว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งเรือบรรทุกสินค้ากรีซกำลังแล่นอยู่กลางทะเล พบว่าที่น่านน้ำห่างจากเรือไปประมาณ 1,000 เมตรมีของบางอย่างหมุนอยู่ ทีแรกลูกเรือนึกว่าเป็นสัตว์น้ำยักษ์แปลกประหลาด แต่เมื่อเข้าใกล้จึงพบว่าเป็นเกาะน้อยแห่งหนึ่งที่หมุนได้นั่นเอง



เกาะที่สามารถแยกตัวรวบรวมได้


ท่ามกลางมหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเกาะน้อยแสนพิศดารแห่งหนึ่ง บางครั้งจะแยกตัวออกเป็น 2 เกาะ และบางครั้งจะรวมกันเป็นเกาะเดียว



เกาะตาย


ที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของแคนาดามีเกาะร้างแห่งหนึ่ง ทุกครั้งที่เรือเข้าใกล้เกาะนี้ เข็มทิศจะเสียไม่กระติกทันที เรือก็จะถูกเกาะนั้นดูดเข้าไปจนชนกับก้อนหิน และอับปาง ราวกับมีภูตแห่งความตายคอยกระทำอยู่



เกาะร้องไห้


ท่ามกลางมหาสมุทรแปซิฟิกมีเกาะร้างเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง พื้นที่เพียงไม่กี่ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน เกาะนี้จะมีเสียงเหมือนเสียงร้องไห้ตลอดเวลา จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีใครสามารถบอกถึงแหล่งที่มาของเสียงร้องไห้นี้ได้



เกาะที่เดินทางได้


เกาะเซเบิล (sable) ที่ตั้งอยู่บนมหาสมุทรแอตแลนติก ประหลาดตรงที่สามารถเดินทางได้เหมือนมีเท้า ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา ลมทะเลทำให้เกาะแห่งนี้เดินทางไปทางทิศตะวันออก 20 กิโลเมตร เฉลี่ยแล้วเดินทางได้ปีละ 100 เมตร



เกาะผี


เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 1831 ในน่านน้ำทางตะวันตกของราชอาณาจักรตองกาในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ เนื่องจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล ทำให้มีเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งปรากฏขึ้นมา เกาะนี้มีความสูงกว่า 60 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 กิโลเมตร แต่ทว่า ขณะที่ผู้คนกำลังพิจารณาว่า จะทำอะไรเกี่ยวกับเกาะนี้ดี เกาะนี้กลับหายไปเหมือนผี หลังจากนั้น เกาะนี้ก็โผล่ออกมาบ้าง หายไปบ้างเช่นนี้อยู่เสมอ



เกาะที่ก่อขึ้นจากทราย


จากการศึกษาวิจัยดิน และภูมิอากาศของเกาะฮาวาย นักวิทยาศาสตร์บางคนจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ได้ข้อสรุปว่า เกาะฮาวายก่อขึ้นจากทรายที่พัดมาจากจีน



เกาะเสริมสวยด้วยธรรมชาติ


ที่ทางภาคใต้ของอิตาลีมีเกาะแห่งหนึ่ง ลาวาที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิดไหลลงไปในสระน้ำกว่า 10 แห่งที่เชิงภูเขาและกลายเป็นโคลนที่สามารถทำให้ผิวขาวเนียนนุ่ม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเกาะเสริมสวยด้วยธรรมชาติ



เกาะนกเพนกวิน


หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ (หมู่เกาะมาวีนัส) ตั้งอยู่ห่างจากทวีปแอนตาร์กติกาไม่ไกล เป็นที่รู้จักไปทั่วจากกรณีพิพาทระหว่างอังกฤษ- อาร์เจนตินาในการอ้างความเป็นเจ้าของเกาะแห่งนี้ หมู่เกาะนี้เป็นแดนสวรรค์ของนกเพนกวิน เคยมีนกเพนกวินอาศัยอยู่บนหมู่เกาะนี้หลายหมื่นตัว

โลกเเคบๆ

[การ์ตูนกุมภากะมีนา] เป็นสิ่งที่เป็น








สายไฟฟ้า ที่ อินเดีย