

เรื่องที่อ่านต่อไปนี้ เป็นการสะท้อนความเชื่อ ประเพณีแบบผิด ๆ ขาดศีลธรรม และชักจูงสังคมส่วนใหญ่ให้เห็นว่าความโหดม อำมหิตผิดมนุษย์ เป็นเรื่องที่ชนเผ่าชาว " เคอร์มัน " ในประเทศอินเดีย หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ห่างจากกัลตาตาไปทางทิศเหนือ 220 กิโลเมตร ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างชายแดนประเทศอินเดียกับบังกลาเทศ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในป่าทึบห่างไกลความเจริญ ชาวเคอร์ปันดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวและพืชผัก ส่วนผู้ชายจะออกล่าสัตว์มาเป็นอาหารเนื้อ
ประเพณีความเชื่อที่โหดร้ายแห่งนี้จะกระทำกัน 1 ครั้งต่อปี และจัดเป็นประจำทุกปี โดยพิธีบูชายัญนี้มีชื่อเรียกว่า "พิธีกาจัน" อันเป็นประเพณีที่ชนเผ่านี้จัดขึ้นเพื่อบูชาต่อพระศิวะผู้เป็นใหญ่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการขอพรต่อองค์พระศิวะเทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ของเขา ให้มาประสาทพรอำนวย ให้พวกเขาได้รับความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องอาหาร การกิน ปลอดภัยจากศัตรูและสัตว์ร้าย รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บด้วย
โดยสิ่งที่จะนำมาเป็นเครื่องสักการะบูชายัญต่อองค์เทพผู้ยิ่งใหญ่ของเขา เพื่อให้เทพพอพระทัยก็คือ ศีรษะบุตรชายคนแรกของครอบครัว
ดังนั้นชนเผ่าแห่งนี้จะเข้มงวดให้เรื่องของการแจ้งจำนวนสมาชิกของครอบครัว เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีภรรยาตั้งท้องเป็นบุตรคนแรก จะต้องแจ้งให้ทางหัวหน้าเผ่าทราบ เพราะจะได้นำมาเป็นเครื่องบูชายัญในพิธีกรรมดังกล่าว ซึ่งหากในปีไหนมีเด็กชายคนแรกของครอบครัวเกิดเยอะ พวกเขาก็ยินดีปรีดาเป็นอย่างมากที่จะได้ทำการบูชายัญให้เป็นที่พอใจต่อองค์ พระศิวะ เนื่องจากมีจำนวนศีรษะของเด็กชายมาประกอบพิธีหลายหัวนั่นเอง
พิธีบูชายัญอุบาทว์นี้จะกำหนดขึ้นในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ของเดือนหนึ่งในปีนั้น ชนเผ่านี้เรียกคืนนี้ว่า ศิวาราตรี ทุกคนในหมู่บ้านจะออกมาชุมนุมกันโดยมีหัวหน้าเผ่าเป็นประธาน จากนั้นจะมีการร้องรำทำเพลงเพื่อสรรเสริญต่อเทพศิวะ จบแล้ว หัวหน้าเผ่าจะสั่งให้คนที่เป็นพ่อ นำบุตรชายคนแรกของครอบครัว มาที่แท่นบูชาต่อเบื้องหน้ารูปสลักศิวเทพ จากนั้นผู้เป็นพ่อจะใช้มีดปลายงอคล้ายมีดกูรข่าซึ่งคมกริบ ฟันคอลูกชายของตนเองจนขาดออกจากกัน แล้วจึงนำหัวของบุตรชายไปใส่สาแหรกที่เตรียมไว้ เพื่อนำไปร่วมในพิธีเต้นรำต่อไป และเมื่อหลังเสร็จพิธรแล้วผู้เป็นพ่อต้องนำศีรษะของลูกชายไปแขวนไว้ในบ้าน ของตน จนกว่าศีรษะนั้นจะผุสลายไปเอง ถ้ายังไม่ผุสลายก็ให้นำมาร่วมในพิธีบูชายัญของปีต่อ ๆ ไป
ประเพณีความเชื่อของชนเผ่านี้ ไม่มีใครรูว่าเกิดมาจากอะไร ทำไมชนเผ่านี้ถึงต้องหลงเชื่อในสิ่งที่ผิดและโหดมอย่างนี้ แต่ทุกวันนี้ชาวเผ่าเคอร์ยันยังคงประกอบพิธีการบูชายัญศีรษะบุตรชายคนแรกของ ครอบครัวอยู่ทุกปี..!
เครดิต DEK-D
เกาะหมุนได้
เล่ากันว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งเรือบรรทุกสินค้ากรีซกำลังแล่นอยู่กลางทะเล พบว่าที่น่านน้ำห่างจากเรือไปประมาณ 1,000 เมตรมีของบางอย่างหมุนอยู่ ทีแรกลูกเรือนึกว่าเป็นสัตว์น้ำยักษ์แปลกประหลาด แต่เมื่อเข้าใกล้จึงพบว่าเป็นเกาะน้อยแห่งหนึ่งที่หมุนได้นั่นเอง
เกาะที่สามารถแยกตัวรวบรวมได้
ท่ามกลางมหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเกาะน้อยแสนพิศดารแห่งหนึ่ง บางครั้งจะแยกตัวออกเป็น 2 เกาะ และบางครั้งจะรวมกันเป็นเกาะเดียว
เกาะตาย
ที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของแคนาดามีเกาะร้างแห่งหนึ่ง ทุกครั้งที่เรือเข้าใกล้เกาะนี้ เข็มทิศจะเสียไม่กระติกทันที เรือก็จะถูกเกาะนั้นดูดเข้าไปจนชนกับก้อนหิน และอับปาง ราวกับมีภูตแห่งความตายคอยกระทำอยู่
เกาะร้องไห้
ท่ามกลางมหาสมุทรแปซิฟิกมีเกาะร้างเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง พื้นที่เพียงไม่กี่ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน เกาะนี้จะมีเสียงเหมือนเสียงร้องไห้ตลอดเวลา จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีใครสามารถบอกถึงแหล่งที่มาของเสียงร้องไห้นี้ได้
เกาะที่เดินทางได้
เกาะเซเบิล (sable) ที่ตั้งอยู่บนมหาสมุทรแอตแลนติก ประหลาดตรงที่สามารถเดินทางได้เหมือนมีเท้า ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา ลมทะเลทำให้เกาะแห่งนี้เดินทางไปทางทิศตะวันออก 20 กิโลเมตร เฉลี่ยแล้วเดินทางได้ปีละ 100 เมตร
เกาะผี
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 1831 ในน่านน้ำทางตะวันตกของราชอาณาจักรตองกาในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ เนื่องจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล ทำให้มีเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งปรากฏขึ้นมา เกาะนี้มีความสูงกว่า 60 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 กิโลเมตร แต่ทว่า ขณะที่ผู้คนกำลังพิจารณาว่า จะทำอะไรเกี่ยวกับเกาะนี้ดี เกาะนี้กลับหายไปเหมือนผี หลังจากนั้น เกาะนี้ก็โผล่ออกมาบ้าง หายไปบ้างเช่นนี้อยู่เสมอ
เกาะที่ก่อขึ้นจากทราย
จากการศึกษาวิจัยดิน และภูมิอากาศของเกาะฮาวาย นักวิทยาศาสตร์บางคนจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ได้ข้อสรุปว่า เกาะฮาวายก่อขึ้นจากทรายที่พัดมาจากจีน
เกาะเสริมสวยด้วยธรรมชาติ
ที่ทางภาคใต้ของอิตาลีมีเกาะแห่งหนึ่ง ลาวาที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิดไหลลงไปในสระน้ำกว่า 10 แห่งที่เชิงภูเขาและกลายเป็นโคลนที่สามารถทำให้ผิวขาวเนียนนุ่ม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเกาะเสริมสวยด้วยธรรมชาติ
เกาะนกเพนกวิน
หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ (หมู่เกาะมาวีนัส) ตั้งอยู่ห่างจากทวีปแอนตาร์กติกาไม่ไกล เป็นที่รู้จักไปทั่วจากกรณีพิพาทระหว่างอังกฤษ- อาร์เจนตินาในการอ้างความเป็นเจ้าของเกาะแห่งนี้ หมู่เกาะนี้เป็นแดนสวรรค์ของนกเพนกวิน เคยมีนกเพนกวินอาศัยอยู่บนหมู่เกาะนี้หลายหมื่นตัว